25 กันยายน 2552

DD-WRT แต่ละ version

จะอัพกับรุ่นไหนครับ? ดูที่ขนาดของ Flash Rom เป็นหลัก

จะแบ่งออกดังนี้ dd-wrt.___.bin

จะเห็นได้ว่าชื่อ Firmware แบ่งออกเป็น 4 ส่วน

ส่วนที่ 1 บอก Build ของ Firmware

ส่วนที่ 2 บอกขนาดและฟังก์ชั่น ของ Firmware แบ่งออกเป็น
-micro ใช้กับ อุปกรณ์ที่มี Flash Rom ขนาด 2 M ฟังก์ชั่นการใช้งานจำกัด
-mini version นี้ ออกแบบมา เพื่อใช้สำหรับ Linksys บางรุ่น ที่มี Firmware 4M แต่ถูกจำกัดให้เห็นเพียง 3M จำเป็นต้องอัพรุ่นนี้ก่อน จึงจะอัพเป็น Standard ได้
-Standard Version ปกติของ dd-wrt มีฟังชั่นพื้นฐานครบ ใช้ได้กับ Router ที่มี Flash Rom 4 M ขึ้นไป เท่านั้น
-VoIP เหมือน Standard Version แต่เพิ่ม ฟังก์ชั่น VoIP ลงไป
-VPN เหมือน Standard Version แต่เพิ่ม ฟังก์ชั่น VPN ลงไป
-Nokaid ตัดฟังก์ชั่น kaid ที่ใช้สำหรับเกมบางเกมออก
-Mega มีองค์ประกอบทุกอย่างครบถ้วน ทั้ง VPN และ VoIP แต่ใช้ได้กับ Router ที่มี Flash rom 8 M ขึ้นไปเท่านั้น
สำหรับรายละเอียดฟังก์ชั่น ดูได้ที่ http://www.dd-wrt.com/wiki/index.php...#File_Versions

ส่วนที่ 3 เป็นตัวกำหนดว่า มีฟังค์ชั่นพิเศษหรือไม่ โดยปกติแล้วที่เราสามารถโหลดได้ จะเป็น Version ปกติ ที่ไม่มีคำว่า Special ต่อท้าย
สำหรับรุ่นที่มี Special ต่อท้าย จะมีองค์ประกอบตามส่วนที่ 2 แต่จะเพิ่มความสามารถเกี่ยวกับ QOS และ Bandwidth Management เข้ามาซึ่งจะโหลดได้เฉพาะสมาชิกซึ่งต้องเสียเงินเท่านั้น

ส่วนที่ 4 เป็นตัวบอกว่า ใช้ได้สำหรับ Router รุ่นใด จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ generic และ ระบุรุ่น หากไม่มีรุ่นที่ระบุไว้ ให้ใช้ generic แทน

ตัวอย่างการอัพ Firmware

ถ้าเป็น WRT54GL V1 - V1.1 Flash 4M Ram 16M ใช้ได้ทุก Version ยกเว้น Mega
ถ้าเป็น WRT54G V1-V4 Flash 4M Ram 16M ใช้ได้ทุก Version ยกเว้น Mega
ถ้าเป็น WRT54G V5-V8 ยกเว้น V7 Flash 2M Ram 8M ใช้ Micro เท่านั้น
ถ้าเป็น WRT54GS V1-V3 Flash 8M Ram 32M ใช้ได้ทุก Version รวมทั้ง Mega ด้วย
ถ้าเป็น WRT54GS V4 Flash 4M Ram 16M ใช้ได้ทุก Version ยกเว้น Mega
ถ้าเป็น WRT54GS V5-V8 Flash 2M Ram 8M ใช้ Micro เท่านั้น
ถ้าเป็น WAP54G V1-V3 Flash 2M Ram 8M ใช้ Micro เท่านั้น


เพิ่มเติม
ข้อแตกต่างของ V.23 SP2 และ V.24 SP1 ที่เห็นเด่นๆคือ V.24 SP1 มีโหมด Repeater และ Repeater Bridge ใช้ Repeat สัญญาณ truewifi ได้ และ V.24 Support WMM ครับ

16 กันยายน 2552

GUShare โหลดง่ายจัง



เบื่อบ้างไห
มกับการรอคอย ถ้าต่อไปนี้ไม่ต้องรอหล่ะู ^_^

อันดับแรก ต้องมี firefox ก่อนนะครับที่นี่เลย http://www.firefoxthai.com/ ต่อมา โหลด Add-on ตัวนี้ครับ ชื่อว่า remove cookies ( Add-on ตัวนี้จะลบคุกกี้เฉพาะหน้าที่เราเปิดอยู่เท่านั้นไม่ ได้ลบทั้งหมดที่อยู่ในโปรแกรม นะครับ ) https://addons.mozilla.org/en-US/firefox/addon/1595 จากนั้นดึงมันออกมาใช้งานที่ Toolbars





เวลาใช้งานก็กด Remove Cookie จากนั้นเข้าหน้าเว็บใหม่




แถมโค้ดหยุดเวลา

javascript:sec=1;alert('time stop');

ขอบคุณเว็บเพื่อนบ้าน
http://ohmymint.blogspot.com

12 กันยายน 2552

security: SSL บน Wi-Fi ปลอดภัย?

ถาม: ตอนนี้ดิฉันใช้เน็ตบุ๊กของโตชิบาอยู่ค่ะ สองวันก่อนได้ไปใช้บริการไร้สายที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ซึ่งดิฉันได้ยินมาว่า หน้าเว็บที่ได้รับการเข้ารหัส (encrypted webpage) จะปลอดภัยจากการถูกแฮคข้อมูล แล้วมันจะปลอดภัยจากการถูกดักจับข้อมูลผ่านปุ่มที่กดบนคีย์บอร์ด หรือเปล่าคะ? หวังว่า คำถามของดิฉันคงไม่ใช่เรื่องตลกนะคะ
พื้นที่โฆษณา

ตอบ: ไม่ตลกเลยครับ และก็ผมว่า ดีเสียอีกที่กล้าถาม เพราะมันช่วยให้สังคมได้เรียนรู้ในวงกว้างมากยิ่งขึ้น สำหรับหน้าเว็บที่เข้ารหัสนั้น จะใช้โพรโตคอล HTTPS เข้ารหัส SSL (สังเกตที่ช่องป้อนแอดเดรสของเว็บไซต์ หรือรูปกุญแจล็อคที่ด้านล่างขวา) เพื่อใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างคอมพิวเตอร์ของคุณกับทางเว็บไซต์ การเข้ารหัสจะทำให้ข้อมูลดังกล่าวไม่สามารถอ่านได้ แม้ข้อมูลจะถูกดักจับกลางอากาศ หรือต่อพ่วงสายสัญญาณไปก็ดูไม่รู้เรื่องว่ามันคืออะไรกันแน่ ดังนั้นการเชื่อมต่อผ่านหน้าเว็บที่เข้ารหัสของคุณจะปลอดภัยไม่ว่าจะใช้ที่ ร้านกาแฟ หรือที่บ้านก็ตาม

ประเด็น ต่อมาที่คุณถามว่า คุณจะถูกดักจับการกดปุ่มต่างๆ บนคีย์บอร์ดได้ หรือไม่? อันนี้เข้าใจว่า น่าจะหมายถึงโปรแกรมพวก Keylogger (โปรแกรมแอบบันทึกการกดปุ่มบนคีย์บอร์ด และส่งข้อมูลผ่านเน็ตไปให้แฮคเกอร์) ซึ่งมันจะต้องมีการติดตั้งเข้าไปในคอมพิวเตอร์ของคุณ สำหรับกรณีนี้โอกาสถูกแฮคสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งขณะใช้งานในบ้าน หรือที่ใดๆ ก็ตาม ดังนั้น คุณควรจะหมั่นอัพเดตซอฟต์แวร์ระบบรักษาความปลอดภัยที่ใช้อย่างสม่ำเสมอครับ

Keylogger ยังมีที่เป็นฮาร์ดแวร์ด้วย ดังในรูปจะเป็นชุดอุปกรณ์ที่ใช้ดักจับการกดคีย์บอร์ดแบบไร้สาย สิ่งที่กดทางฝั่งผู้รับจะถูกส่งผ่านคลื่นความถี่ 2.4GHz ไปยังเครื่อฝั่งผู้รับ ทางผู้ส่งกดอะไรมา ทางฝั่งรับจะรับหมดดังรูป

ขอบคุณข้อมูลจาก
http://www.arip.co.th

การบันทึกภาพเคลื่อนไหวหน้าจอด้วย CamStudio

โปรแกรม CamStudio เป็นโปรแกรมสำหรับบันทึกภาพเคลื่อนไหวหน้าจอ รวมถึงการบันทึกเสียงเก็บไว้เป็นไฟล์วีดีโอ ซึ่งเราสามารถใช้เป็นสื่อการสอนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี โปรแกรม CamStudio เป็นโปรแกรมประเภท Open Source ที่เราสามารถนำมาใช้งานได้ฟรี ไม่เหมือนโปรแกรม Camtasia Studio ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ต้องซื้อลิขสิทธิ์มาใช้ หรือบางคนอาจจะใช้โปรแกรมผิดกฏหมายที่ Copy มา หากนำมาใช้เป็นสื่อการสอนมีโอกาสสูงที่จะโดนการตรวจสอบลิขสิทธิ์และถูกจับ ได้ เพราะไฟล์ที่บันทึกจากทุกโปรแกรมถ้าตรวจสอบจริง ๆ จะมีการบันทึกข้อมูลของโปรแกรมที่สร้างไว้ด้วย และสามารถตรวจสอบได้ว่าใช้โปรแกรมที่ถูกต้องตามลิขสิทธิ์หรือไม่

แม้ว่าโปรแกรม CamStudio จะเป็นโปรแกรม Open Source แต่ก็มีความสามารถมากทีเดียว ในบทความนี้จะอธิบายการติดตั้งและใช้งานโปรแกรม CamStudio กันครับ

เริ่มจากการดาวน์โหลดโปรแกรมที่ http://camstudio.org/dev/CamStudio.2.5.b1.bin.zip มาเก็บไว้ที่เครื่องแล้วทำการแตกไฟล์ จะได้ไฟล์ดังรูป

camstudio-01

สร้าง Shortcut ของโปรแกรมไปไว้ที่หน้า Desktop โดยการคลิกขวาที่ไฟล์ Recoder.exe แล้วเลือกที่ Sent to Desktop (Create Shortcut) เพื่อให้การเรียกใช้งานได้ง่ายขึ้นดังรูปด้านล่าง

make-shortcut

จากนั้นลองเปิดใช้งานโปรแกรม หากเปิดใช้งานโปรแกรมไม่ได้ให้ดาวน์โหลดไฟล์ http://camstudio.org/dev/mfc71.dll มาไว้ในโฟลเดอร์ของโปรแกรม หากยังไม่ได้ให้คัดลอกไฟล์นี้ไปยัง C:\Windows\System32 แล้วรีสตาร์ทเครื่องใหม่

การติดตั้ง Codec เพื่อใช้กับ Camstudio

ในการบันทึกไฟล์วีดีโอจะมีรูปแบบการเข้ารหัสบีบอัดไฟล์หลายรูปแบบ เพื่อให้ได้ไฟล์ที่มีขนาดเล็กลง แต่ในการบีบอัดจะมีการตัดทอนรายละเอียดไปบ้างตามอัตราส่วนการบีบอัด ดังนั้นเราต้องเลือกรูปแบบ และอัตราส่วนการบีบอัดที่เหมาะสมกับงาน ในบทความนี้ได้เลือกใช้การบีบอัดสัญญาณภาพแบบ x.264 และการบีบอัดเสียงแบบ MP3 โดยเราต้องติดตั้ง Codec x.264 vfw และ LAME MP3 ก่อนดังนี้

การติดตั้ง x.264 vfm

ดาวน์โหลดไฟล์ Codec x.264 vfm ที่ http://sourceforge.net/projects/x264vfw มาเก็บไว้ในเครื่อง แล้วดับเบิ้ลคลิกเพื่อติดตั้ง จะแสดงหน้าจอดังรูปด้านล่าง ให้กด Next ไปเรื่อย ๆ จนเสร็จ

x264vfw-setup-01

x264vfw-setup-02

x264vfw-setup-03

x264vfw-setup-04

การติดตั้ง Codec LAME MP3

ดาวน์โหลด Codec LAME MP3 ACM ที่ http://www.free-codecs.com/download/LAME_ACM_Codec.htm มาเก็บไว้ในเครื่อง แล้วทำการแตกไฟล์ จะได้ไฟล์ดังรูปด้านล่าง

lame-mp3-acm-file

การติดตั้งให้คลิกเมาส์ปุ่มขวาที่ไฟล์ LameACM.inf แล้วเลือกที่เมนู Install ดังรูปด้านล่าง

install-lame-mp3-acm-01

โปรแกรมจะถามดังหน้าจอด้านล่างให้คลิกที่ Continue Anyway

install-lame-mp3-acm-02

การปรับแต่งโปรแกรม Camstudio

การปรับแต่งขนาดหน้าจอการบันทึกให้เลือกที่เมนู Region > Fixed Region แล้วกำหนดค่าดังรูป

fixed-region-menu

เมนู Region จะมี 3 ตัวเลือกใช้สำหรับกำหนดพื้นที่หน้าจอที่เราจะบันทึกตามลักษณะการใช้งานดังนี้

Region ใช้ในกรณีที่เราต้องการกำหนดขนาดพื้นที่บันทึกเองอย่างอิสระ

Fixed Region ... ใช้กำหนดขนาดพื้นที่บันทึกแบบคงที่

Window ใช้สำหรับกำหนดพื้นที่กรอบหน้าต่างที่ต้องการบันทึก

Full Screen ใช้สำหรับการบันทึกทั้งหน้าจอ

ในบทความนี้เลือกเป็น Fixed Region ... เพื่อกำหนดพื้นที่บันทึกที่แน่นอน

fixed-region-config

กำหนดขนาดพื้นที่บันทึกที่ต้องการ ในบทความนี้กำหนดเป็น 512 X 384

Drag Corners to Pan หมายถึงเราสามารถลากเมาส์ที่ขอบของกรอบบันทึกเพื่อย้ายได้ จะกำหนดหรือไม่ก็ได้

การปรับแต่งค่า Video Options

เป็นการกำหนดค่าเพื่อเลือกรูปแบบการเข้ารหัสวีดีโอ โดยในที่นี้จะเลือกรูปแบบเป็น Divx เพื่อให้ขนาดไฟล์ที่บันทึกมีขนาดเล็ก การปรับแต่งให้เลือกที่เมนู Options > Video Options แล้วเลือกเป็น x264vfw - H.264/MPEG-4 AVC Codec ดังรูป

video-option-config-01

กำหนดค่า quality เป็น 70

กำหนดค่า Set Key Frames Every เป็น 20

กำหนดค่า Capture Frames Every เป็น 50

กำหนดค่า Playback Rate เป็น 20

จากนั้นเลือกที่ปุ่ม Configure แล้วกำหนดค่าดังรูปด้านล่าง

video-options-config-02

กำหนดเป็นแบบ Single pass - quantizer-based(CQP)

กำหนดค่าเป็น 35 หากมากกว่านี้ภาพจะไม่ชัด หากต้องการภาพชัดกว่านี้ก็ให้ลดค่านี้ลงตามต้องการ

กำหนด Log level เป็น None

ค่าอื่น ๆ ใช้ค่าเดิมของโปรแกรม

เสร็จแล้วเลือก OK เพื่อออกจากหน้าต่างกำหนดค่า

การกำหนดค่าเพื่อเลื่อนกรอบหน้าต่างบันทึกตามการเลื่อน Mouse โดยอัตโนมัติ

เป็นการกำหนดให้กรอบพื้นที่หน้าจอที่บันทึกวีดีโอให้เลื่อนไปตามเมาส์โดย อัตโนมัติ เพื่อให้โปรแกรมบันทึกหน้าจอในส่วนที่เราได้เลื่อนเมาส์ไป โดยเลือกที่เมนู Options > Enable Autopan สังเกตว่าจะมีเครื่องหมายขีดถูกอยู่ และหากต้องการกำหนดความเร็วในการเลื่อนกรอบหน้าต่างบันทึกให้กำหนดที่เมนู Options > Autopan Speed ... ค่าปรกติจะอยู่ที่ 20

การกำหนดค่าการบันทึกเสียงจากไมโครโฟน

การตั้งค่าให้โปรแกรมทำการบันทึกเสียงจากไมโครโฟน ให้เลือกที่เมนู Options > Record audio from microphone สังเกตว่าจะมีเครื่องหมายขีดถูกอยู่ ดังรูปด้านล่าง

record-audio-autopan

การกำหนดค่า Audio Options

การกำหนดค่า Audio Options for Microphone เพื่อกำหนดรูปแบบการเข้ารหัสเสียง โดยเลือกที่เมนู Options > Audio Options > Audio options for microphone จะแสดงหน้าจอดังรูปด้านล่าง

audio-option-microphone-01

ตรงนี้จะเป็นการกำหนดคุณภาพของเสียงสามารถกำหนดได้ตามความต้องการ ในบทความนี้กำหนดเป็น 22.05 kHz, mono, 16-bit เสร็จแล้วเลือกที่ Choose Compressed Format เพื่อกำหนดค่า Codec ที่ใช้ในการบีบอัด จะแสดงหน้าจอ และกำหนดค่าดังรูปด้านล่าง

audio-option-microphone-02

กำหนดค่า Format เป็น Lame MP3

กำหนด Attributes เป็น 32 kBit/s, 22,050 Hz, Mono 3kb/sec

เสร็จแล้วกด OK เพื่อบันทึกและออกจากการกำหนดค่า

การกำหนดค่า Program Options

ทำการกำหนดค่าตามรูปด้านล่าง

program-options-01

Minimize program on start recording คือให้ย่อหน้าต่างโปรแกมทันทีเมื่อเริ่มการบันทึก เพื่อไม่ให้หน้าต่างของโปรแกรมมาเกะกะการบันทึก

Hide flashing rectangle during recording คือกำหนดให้โปรแกรมซ่อนเส้นขอบที่กระพริบแสดงพื้นที่บันทึก ถ้ากำหนดให้ซ่อนเราจะไม่เห็นขอบเขตพื้นที่บันทึก

Save settings on exit คือกำหนดให้โปรแกรมบันทึกการกำหนดค่าต่าง ๆ เมื่อเราปิดโปรแกรม

ต่อไปกำหนดค่า Play AVI file when recording stops > Do not play AVI file เพื่อกำหนดไม่ให้โปรแกรมเล่นไฟล์วีดีโอที่เราบันทึกทันทีหลังจากบันทึกเสร็จ ดังรูปด้านล่าง

program-options-02

ต่อไปกำหนดระดับความสำคัญของโปรแกรมเป็น Highest ดังรูปด้านล่าง

program-options-03

ต่อไปเป็นการกำหนดค่าให้โปรแกรมถามชื่อไฟล์ที่จะบันทึกทุกครั้งที่ทำการบันทึกเสร็จ ปรกติจะเป็นค่านี้อยู่แล้ว ดังรูปด้านล่าง

program-options-04

ในส่วนของ Record to Flash Options จะไม่กำหนดค่าอะไรดังรูปด้านล่าง

record-to-flash-option-01

การกำหนดคีย์ลัดสำหรับการบันทึก

ในการกำหนดคีย์ลัดสำหรับการบันทึกให้ไปที่เมนู Options > Keyboard Shortcuts จะแสดงหน้าจอดังรูปด้านล่าง

keyboard-shortcuts

ในหน้าต่างนี้เราสามารถกำหนดคีย์ลัดสำหรับ เริ่ม พัก หยุด ยกเลิกการบันทึก เพื่อเพิ่มความสะดวกในการใช้งานโปรแกรม เราสามารถกำหนดได้ตามความต้องการ แต่ควรคำนึงถึงว่ามีโปรแกรมอื่นที่ใช้คีย์ลัดเดียวกันนี้หรือเปล่าเพราะอาจ จะไปซ้ำกับโปรแกรมอื่นได้

ค่าเริ่มต้นของโปรแกรมจะใช้ F8 ในการเริ่มและพักการบันทึก F9 สำหรับหยุดการบันทึก

ผู้เขียนหวังว่าบทความนี้คงจะมีประโยชน์ในการ นำไปประยุกต์ใช้กับงานต่าง ๆ ได้ไม่มากก็น้อยนะครับ เมื่อใช้งานแล้วมีปัญหาหรืออะไรที่จะแนะนำเพิ่มเติมสามารถแนะนำกันเข้ามาได้ ครับ โปรแกรมนี้ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีฟังก์ชั่นเทียบได้กับโปรแกรมในเชิงพานิชย์ ต่าง ๆ เช่น Camtasia Studio แต่เราก็สามารถนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับงานต่าง ๆ ได้ดีเพียงพอกับความต้องการแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปซื้อโปรแกรมแพง ๆ มาใช้ หรือไม่ต้องแอบใช้โปรแกรมแบบละเมิดลิขสิทธิ์ที่เราเห็นกันจนชินอย่างทุก วันนี้ ต้องยอมรับว่าปัญหาการละเมิดลิขสิทธิ์เป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ยาก ทุกคนปล่อยเลยตามเลยกันหมด ในช่วงเวลาอันสั้นเราคงไม่สามารถใช้โปรแกรมที่ถูกต้องได้ทั้งหมด ทุกคนต้องช่วยกันเริ่มแก้ไปทีละนิด เริ่มจากจุดเล็ก ๆ ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป สร้างความเข้าใจในเรื่องลิขสิทธิ์ให้ทุกคนได้เข้าใจ สักวันปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์โปรแกรมคงหมด หรือลดน้อยลงไป

Download CamStudio+crack
Click here

ขอบคุณเนื้อหาจาก
เขียนโดย พรหมมาศ แซ่ลั้ว
http://www.thaisolution.net